Love Fighter!!!!!!!!!!

Domoto Tsuyoshi | Aiba Masaki | Inohara Yoshihiko

Taipei ตอนที่ 6

12 ตุลาคม 2551 ตอนที่ 2

กู้กง : งานศิลปะ = การใช้เวลาของคนสมัยก่อน

ต่อจากการเที่ยวชมโรงเจ คือการไปดูพิพิธภัณฑ์

ท่านเจียงไคเช็ค ไปเอาของจากพระราชวังต้องห้ามมาเก็บไว้ที่ไต้หวัน

มูลค่าของทรัพย์สิน แต่ละชิ้น เท่ากับเราสามารถเหมาสเตเดี้ยม โคคุริทซึ ให้อาราชิเล่นคอนให้ดูได้เลยสักสองรอบ (ไม่ต่ำกว่าพันล้าน)
วิธีการเดินทาง นั่งรถไปลงสถานี Shinlin แล้วนั่งรถบัสป้ายที่เขียนว่ากู้กง สาย 304 แต่จริงรถบัสทุกคันที่มาจอดป้ายเดียวกับสาย 304 ไปได้หมด

ป้ายรถเมล์ที่ไทเป หนึ่งที่มีสามสี่ป้ายติดๆ กัน รถเมล์ก็จะจอดเปิดประตูหน้าป้ายพอดี ถ้ามาจอดป้ายที่เขียนว่าไปไหน คือรถคันที่มาจอดตรงนั้น ไปได้หมด

รถเมล์ประเทศนี้คันใหญ่มาก แต่การขับเหมือนมินิบัสเมืองไทย (ต้องนิยามมั้ย)

Photobucket

ตกลงนั่งสายอะไรไม่รู้ จอดที่กู้กงพอดี

ตอนแรกถ่ายรูปเล่นกันพักนึง ก่อนจะเข้าไปดู ลมแรงมาก

Photobucket

Photobucket

Photobucket
(เีค้าห้ามยืนถ่ายบนสนามหญ้านะแต่ว่า....)

ข้างในถ่ายรูปไม่ได้ มีับัตรนักศึกษาจาก 160NT เหลือ 80NT (แอบนิสัยไม่ดีเล็กน้อย 555)

ใครไปไต้หวัน ให้เอาสมุดไม่มีเส้นไปด้วยน้า เค้ามีตราประทับอยู่ในสถานที่สำคัญให้สะสม เก็บให้เพียบ

งานศิลปะทุกชิ้นสวยมากกก สมัยนี้ด้วยมือคนคงทำไม่ได้ ต้องเลเซอร์เ่ท่านั้น
คนสมัยก่อนอาชีพเค้าคือ เอาวันทั้งวันมานั่งแกะ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี บางชิ้นเป็นสิบปี สมัยนี้เวลาของคนเร่งรีบจนทำไม่ได้อีกแล้ว

ชิ้นที่ชอบมากก็คงเป็นพวกงานศิลปะที่จะซ่อนคำพูดอยู่ภายใน

สมัยก่อนเวลาเสน่หาใคร จะปูนบำเหน็จให้ก็อาจถูกกล่าวหาว่าให้สินบน หรือจะส่งจดหมายก็อาจจะโจ่งแจ้ง
การมอบของขวัญที่แกะสลักข้อความไว้ภายใน คงเป็นความลับระหว่างกันที่ดีที่สุด ด้วยคำพูดซ่อนความหมาย ซึ้ง (แต่สมัยก่อนคนก็ว่างกันจริงๆ มาทำเรื่องแบบนี้)

แต่เดินดูห้องนั้นห้องนี้แบบไม่ดูเวลา ผลคือตอนที่เค้าประกาศว่าจะปิดตอน 5 โมงเย็นยังดูไม่ถึงชั้น 4
ต้องวิ่งหน้าตาตื่นกันขึ้นไป เพราะจุดสำคัญคือหยกรูปผักกาดขาว ตั๊กแตนเกาะ

ก็ได้เห็นเป็นบุญตาอะนะ

งวดหน้าต้องมาดูใหม่ ไล่จากบนลงล่าง

แล้วก็นั่งรถเมล์กลับไปสถานี ไปนั่งกินข้าว ระหว่างกำลังรอข้าว เราก็ทำตัวแอบเลว รื้อหนังสือพิมพ์กองใหญ่

แล้วก็ผงะกับหน้านิโนะ 5555 ข่าวอาราชิ

อิ่มแล้ว จะไปดูคอนกันละนะ
  1. 2008/10/30() 09:11:07|
  2. ๋Journey
  3. | trackback:0
  4. | ความคิดเห็น:1

Taipei ตอนที่ 5

12 ตุลาคม 2551 ตอนที่ 1 The Grand Hotel

จะไม่เขียนเป็นรีพอร์ทคอน และเรื่องอาราชิบ้างเรื่อง เพราะบางอย่างในมุมมองของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน

วันนี้เริ่มต้นตื่นแต่เช้าด้วยหน้าตาตีมึน เพราะวันนี้กับเมื่อวานรวมกันยังนอนไม่ถึงหกชั่วโมงเลย

ทริปวันนี้เดิมที่แต่แรกจะไปกู้กง จินพี่สาวของนิจจี้เลยขอบายไปนอนดีกว่า (เป็นพี่น้องที่หน้าตาเหมือนกันมาก) เพราะจินเคยมาเที่ยวก่อนหน้านี้แล้ว พวกเราจึงค่อยๆ เคลื่อนขบวนไปกินอาหารเช้า ไม่ได้ถ่ายอาหารเช้าของวันนี้มา แต่กิน เซ็ทเฟรนช์โทส หมูทอด กับสลัด และโกปี้ (กาแฟนม) ราคา 60NT (ขี้เกียจสั่งหลายรอบเลยยกเซ็ท) และกระทำการหน้าด้านด้วยการหยิบหนังสือพิมพ์คนข้างๆ ที่ร้านจะมาเก็บทิ้งมาเป็นสมบัติส่วนตัว เพื่อจะหยิบข่าวอาราชิ (ครึๆๆๆ)ได้ข่าวคอนมาหนึ่งหน้า เก็บใส่ซองซิปใส เหมือนประหนึ่งกองพิสูจน์หลังฐาน

หลังจากอิ่มแล้วขบวนก็ค่อยๆ เลื้อยไปยังรถไฟใต้ดินซีเหมิน ก่อนที่จะคุยกันไปคุยกันมา

พวกเราไปโรงเจ ดูอาราชิกันเถอะ... (ใครสักคนเสนอมา)

โรงเจ????

แล้วมีอาราชิให้ดูด้วย??????

โรงเจที่พูดกันขึ้นมาก็คือ The Grand Hotel (พร้อมพริตตี้ หน้าคุ้นๆ)

Photobucket

โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ท่านเจียงไคเช็ค ก่อตั้งขึ้นหลังจากปฏิวัติพัฒนาประเทศใหม่ ให้มีโรงแรมห้าดาว ชั้นสูง เพื่อต้อนรับคนที่จะเดินทางมายังกรุงไทเปเมืองหลวง โรงแรมตั้งอยู่บนภูเขา Yuanshan ได้อิทธิพลทางสถาปัตยกรรมมาจาก การสร้างศาลเจ้าของไต้หวัน นิกายชินโตญี่ปุ่น บูรณาการให้เป็นวังในแบบของไต้หวันโดยใส่วัฒนธรรมของไต้หวันทั้งหมดไว้ในโรงแรม เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1952 (พ.ศ.2495) เป็นโรงแรมที่มีทุกอย่างครบครัน ตั้งแต่ห้องพัก 650 ห้อง ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ชั้นบนสุด ภัตตาคาร สระว่ายน้ำ ใช้รับรองแขกบ้านแขกเมือง และจัดงานสำคัญๆ ของประเทศ เพราะเป็นโรงแรมของมูลนิธิ Duen Mou (เค้าบอกว่าเป็นองค์การที่ทำงานไม่หวังกำไร???)

เลยมากันเพราะถึงไม่เจออาราชิ เราก็คิดว่ามันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็ได้ เพราะมีความสำคัญระดับประเทศ (โรงแรมนี้ไม่ใช่ Company แต่เป็น Organization หรือจะนิยามว่าเป็นรัฐวิสาหกิจดีนะ)

วิธีการเดินทาง

Photobucket

ต้องลงสถานี Yuanshan (ในรูป) แต่ความที่ไม่รู้พวกเราก็เลยนั่งรถไปสถานี Jiantan เพราะเป็นสถานีที่มองเห็นโรงแรม แล้วไปคุยกับเจ้าหน้าที่ สรุปคือนั่งรถเกิน เลยต้องนั่งย้อนกลับไป พอลงที่สถานี Yuanshan ให้เดินไป Taipei Stadium จะมีป้ายให้ขึ้นรถชัตเติ้ลบัสของโรงแรมไปที่โรงเจได้อย่างสะดวกสบาย รถมีส่งทั้งไปทั้งกลับ

(ถ้าเดินทางจากโรงแรมไปสนามบิน Taoyuan เลย 90NT) อ่านเพิ่ม
  1. 2008/10/25() 22:55:25|
  2. ๋Journey
  3. | trackback:0
  4. | ความคิดเห็น:1

Taipei ตอนที่ 4

11 ตุลาคม 2551 ตอนที่ 3 ขณะนี้ เราจะไปไทเปอารีน่า แล้วคะ

หลังจากเข้ามาถ่ายรูปภายในตึก พวกเราก็แวะเข้าห้องน้ำกัน เพราะประสบการณ์จากคอนเสิร์ตสอนว่า ควรเข้าก่อนจะเข้าไปถึงด้านใน ห้องน้ำไม่ว่างอย่างแรง

ออกจากตึก ไปขึ้นรถชัตเติ้ลบัส นั่งรถใต้ดิน ไปเปลี่ยนรถที่สถานี Zhongxiao Fuxing เพื่อขึ้นรถจากสายสีน้ำเงิน ไปขึ้นสายสีน้ำตาล ไปสถานี NanJing E. (ลืมถ่ายรูป)

ระหว่างทางก็จะมีสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ หรือเรียกว่าออฟชั่นดูคอนนั้นเอง

บันไดเลื่อนของสถานี Zhongxiao Fuxing ไปสายสีน้ำตาล ยาวโคตร แล้วเพราะความฮา เราจึงได้เดินขึ้นบันได จากนิสัยเดิมตอนไปญี่ปุ่น ติดเดิน ก็ออกจากสถานีเิดินไปเข้าแฟมิลี่ มาร์ท ได้โพคาลิส สเวท รสใหม่มากินหนึ่งขวด ตื่นเต้นมากมาย มาไต้หวันได้กินน้ำรสใหม่ หลังจากที่ฟังพี่แก้วพรีเซนต์มาอร่อยงับ Pocari Sweat รสส้มโอ ได้มากินที่ไต้หวันละนะ

แต่ในตู้น้ำ ก็ประกอบด้วย KIRIN SANTORY C-1000 ตกลงว่าฉันอยู่ประเทศไหนละนี่ (555)

แล้วก็มาถึงไทเปอารีน่า บรรยากาศก็เหมือนเวลาหน้าคอนทั่วไป ข้าพเจ้าเข้าคอนละนะ อ่านเพิ่ม
  1. 2008/10/19() 05:34:07|
  2. ARASHI
  3. | trackback:0
  4. | ความคิดเห็น:2

Taipei ตอนที่ 3

11 ตุลาคม 2551 ตอนที่ 2 Ximen - 101 - Taipei Arena

เดินวนไปในสถานี ไทเปเมนไปมา เราก็หาทางไปสถานีรถไฟใต้ดิน Ximen ได้ทันที
ขอบคุณเหล่าซือ ที่ทำให้ข้าพเจ้ายังออกเสียง pinin สื่อสารกับคนจีนที่นี่รู้เรื่อง

มาถึงซีเหมิน สเตชั่นก็เดินงงๆ ออกประตู 1 แล้วก็เห็นร้าน NET ก่อนเลย
จะเดินจากสถานีไปโรงแรม ตามแผนที่ก็เดินจากถนนหน้าร้าน NET แล้วก็เดินตรง ข้ามถนนไปอีกสามแยก เจอร้านขายหวย ฝั่งตรงข้ามเป็น KFC ก็เลี้ยวซ้าย จากนั้นก็มองบนหาป้าย Taipei Backpacker

ระหว่างนั้นเราก็ได้เจอคนที่ไม่คิดว่าจะเจอ ก็คือเจอน้องหยิ่นนั่นเอง

หยิ่นกำลังออกจากโรงแรมไปหาที่กดเงิน เพราะซื้อของหน้าคอนไปบานปลายเหลือติดตัวอยู่แค่นิดหน่อย
ได้ฟังว่าแพมเปลี่ยนไปแล้ว ก็เริ่มไหวหวั่นกับตัวเอง ก่อนจะให้เบอร์ใหม่ที่ไต้หวันแล้วแยกกันไป
หาโรงแรมเจอก็โทรหานุ่น ปรากฎว่านุ่นนอนอยู่อีกตึกนึง สรุปว่าที่ขึ้นชั้นสองมานั้น ไม่น่าเลยขึ้นมา ทำำไมเนี่ยฉัน

ยืนรอแป๊บนึง โดยมองบรรยากาศรอบข้าง ฝนจะตกมั้ยละเนี่ย พายุมาเล่นคอน แล้วพายุก็เข้าไต้หวันซะงั้น

นุ่นกับเอ็มก็มาในสภาพนิวลุค ปรกติไม่ค่อยได้เห็นน้องแต่งตัวละนะ โอเคมากนุ่น แต่งแบบนี้บ่อยๆ นะ (น่ารัก) เราก็ได้ไปถึงโรงแรมเสียที ช่างเหมือนหอพักเสียจริงๆ

มาถึงก็นั่งรื้อกระเป๋า หยิบอุปกรณ์ดูคอน เปิดแพมดูรูปที่แตกต่าง ชาวคณะก็ย้ายไปเที่ยวสัญลักษณ์ของไต้หวัน ตึกไทเป 101 ตามการนำของเอ็ม แต่ก่อนหน้านั้นกองทัพต้องเดินด้วยท้อง

Photobucket

เตี่ียนหมี่ น้ำใส ใส่เนื้อห่าน ร้านที่แลดูคนเยอะ อาหารมื้อที่สองของวัน

Photobucket

มากับห่านพะโล้ วางเสิร์ฟพร้อมขิงซอย อร่อยสุดยอด เค็มได้ที่ แต่น้ำจิ้มไม่อร่อยเลย สีแดงเป็นซอสพริกใส่เหมือนเต้าหู้ยี้ ส่วนสีดำเป็นซอสเหมือนกินปอเปี๊ยะสดมากๆ แต่เนื้ออร่อยกว่าฮกกี่สามย่าน มากมาย ทั้งที่ร้านโคตรริมถนน ไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้มสักนิด ชอบๆ ถูกใจ

บรรยากาศในร้านมีรูปห่านติดผนัง เหมือนเป็นบรรพบุรุษในร้าน กับรูปถ่ายฝูงห่าน ไม่กล้าถ่ายอะนะ
แต่กินไปหยิ่นก็โทรมาหา กลายเป็นว่ากดเงินไม่ได้่ เลยให้น้องยืมเงินไปก่อน ที่ว่ากันว่า บัตรเครดิตกดเงินได้นั้นไม่ชัวร์เลยสักนิด ก่อนมาเที่ยวสมควรแลกเิงินมาให้มากที่สุดนั้นจริงที่สุด เลยให้เงินที่แลกเพิ่มที่สนามบิน เพราะเป็นที่เดียวที่รับเงินไทยแลกกับหยิ่นไป เหลืองบประมาณเท่าเดิม จากที่ตั้งไว้

เมื่ออิ่มแล้วชาวคณะก็ย้ายไปเที่ยวตึกไทเป 101 ลงจากสถานี Taipei City Hall ประตู 2 จะมีป้ายให้รอรถชัตเตอร์บัส เดินทางไปตึกฟรี
Photobucket

Photobucket

สูงน่าประทับใจจริงๆ แต่ไม่ได้เข้าตึก เพราะเล่นกันไม่เลิก ชาวคณะถ่ายรูปหมูเก็บไว้เป็นที่ระลึก อ่านเพิ่ม
  1. 2008/10/19() 04:51:30|
  2. ๋Journey
  3. | trackback:0
  4. | ความคิดเห็น:1

Taipei ตอนที่ 2

11 ตุลาคม 2551 - ตอนที่ 1 การเดินทางเข้าเมือง

ขึ้นเครื่องแล้ว

ได้ที่นั่งเป็นแถวที่สองจากด้านหน้าของที่นั่งชั้นประหยัดทั้งหมด แถวที่ 46 ที่นั่ง 46K ริมหน้าต่าง
แถว 45 ไม่มีคน แถว 46 ด้านนี้มีเดี๊ยนคนเดียว ช่องด้านบนเป็นของช้าน

กรอบรูปเลยได้นอนอย่างสบายใจไร้กังวล ไม่มีใครหรืออะไรมาทำร้ายได้ โฮะๆๆ

แล้วไงจากที่คิดว่าจะนอน นั่งฟังสาธิตนั่น สาธิตนี่

ก็จบโดยการที่หยิบหนังสือแนะนำรายการมาดูแล้วเปิดเพลง CHO ของ V6 ฟัง

นั่งปรีเปรมกับช่องเพลงญี่ปุ่น สายการบินนี้ ประทับใจตรงนี้แหละ มีจอทีวีส่วนตัวให้ดู พร้อมรีโมต

PhotobucketPhotobucketPhotobucket

หนังที่ให้เลือกดูมี Hancook กับ Hunk เพราะเค้าถือเป็นไฟลท์ไกลให้เลือกดูสองเรื่องนี้ได้ด้วย
ไม่พอมีเกมส์ให้เล่นด้วย รีโมตทางซ้ายบังคับซ้ายขวา ปุ่มสี่สีบังคับกดยิง นั่งเล่นเกมส์ Zuma เข้าไปอีก (ไหนว่าจะนอน เอาเข้าจริงกิจกรรมเพียบ)

แล้วก็ต่อด้วยสิ่งที่รอคอย เพราะหิวแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย
Photobucket

ออมเล็ต ที่ไส้กรอกอร่อย น้ำแอปเปิ้ล กับ กาแฟ ต่อด้วยน้ำเปล่า
ท้องอิ่ม ก็ เปิด Hancook ดู ก่อนจะเปิดเพลงฟังอย่างเดิม คุณแอร์ประกาศว่า สิบโมงครึ่งเราจะถึงสนามบินนะคะ

พยายามยังไงก็ไม่หลับ ผลสรุปจึงเป็นว่า ขณะนี้ตาไม่บวม แต่สติอยู่ไม่ค่อยครบ เริ่มง่วงกับเบลอ จนเขียนใบเข้าเมืองผิดไปสี่ใบ กรอกผิดกรอกถูก นามสกุลกับชื่อตัวเองยังเขียนผิดเลย เขียนภาษาไทยไปก็มี เวรกรรมชีวิตมาก ยังดีที่เจ้าหน้าที่ไม่ถามอะไรเลย เพราะตอนนั้นก็อยากรู้ว่าถ้าถามอะไรจะตอบยังไงในเมื่อเดินเบลอๆ งงๆ ละ แต่ยังดีที่กระเป๋ามาถึงเร็วเลยได้ออกมาข้างนอกซะีที มาถึงแล้วไต้หวัน

เราก็ได้พบกับป้ายที่เหมือนพร้อมจะต้อนรับเราทันที

Photobucket

ใช่ เรามางานนี้ ประเทศนี้แหละ ไม่ผิดแน่ๆ ทัวร์อาราชิก็ยกป้าย สตาฟก็โบกๆ ประมาณว่าให้แฟนญี่ปุ่นที่จ่ายเงินมากัน มารวมตัวกันทางนี้ แต่เราก็เดินหาจุดขายซิมการ์ดต่อไป แต่ขอเถอะเดินไปจนสุดทางแล้ว ร้านอะไรก็ปิดหมด ไหนนุ่นบอกว่ามีขาย เลยเอาฟระ ไปถามอินฟอร์เมชั่นก็ได้

พนักงานตอนแรกเหมือนจะพูดไทยได้ แต่จริงๆ ก็พูดไม่ได้นั่นแหละ เลยถามว่าจะซื้อซิมการ์ดจะซื้อได้ที่ไหน เค้าเลยอัญเชิญขึ้นไปชั้นสาม จะมีขาย*

ชั้นสามก็มีจริงๆ นั่นแหละ มีทุกยี่ห้อด้วย ตั้งแต่ 3G GSM จนถึง 1800 แต่เราเลือกระบบ 1800 ของ Taiwan Mobile สัญลักษณ์จะเป็นลูกบอลกลมๆ ผสมหลายๆ สี เพราะโปรโมชั่น ซิมการ์ดจะมี 345NT call 300 /500NT call 500 / 800NT call 800 / 1,000NT call 1,000 เค้าว่ากันว่า ซื้อ 345NT จะโทรกลับไทยได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่เสียค่าซิม แล้วเติมเงินยังไงก็ถูกกว่าโรมมิ่งที่จะโทรเข้าโทรออกก็เฉลี่ย 43 บาทต่อนาทีแน่นอน แนะนำให้ซื้อกันเถอะ สะดวกมาก ค่าโทรไปญี่ปุ่นถูกกว่าโทรจากไทยไปญี่ปุ่นแน่นอน (แล้วจะบอกว่าเพราะอะไร)

[*ไปดูในเวปของไต้หวันโมบาย เคาน์เตอร์ขาเข้าจะเปิดเที่ยง-สามทุ่ม ขาออกเก้าโมงเช้า-หกโมงเย็น ตอนที่มาถึงมันสิบโมงกว่า ก็เลยต้องขึ้นไปซื้อชั้นสาม ประการชะนี้แล]

พนักงานที่บริการน่ารักมาก คุยกันดีตลอดอธิบายทุกอย่าง ตั้งแต่วิธีออกยันเติมเงิน เช็คค่าโทร เสียอย่างเดียวสติไม่มีจะคุยด้วยเท่านั้น ก็โบกลากันพร้อมเบอร์โทรศัพท์ใหม่ เครื่องที่มาจากไทยก็ปิดไปเพราะวันนี้เราจะลืมงานไปสักวันละนะ

เดินกลับไปทางจะขึ้นแอร์พอร์ตบัส เค้าบอกว่ามีสองสายที่ตรงไปสถานีที่เราจะลง Taipei main station แต่คันนึงรถออกไปแล้ว 5 นาที ส่วนอีกคันกำลังจะออกในอีก 5 นาที ก็เลยซื้อตั๋วคันที่กำลังจะออก เตรียมเงินไว้แล้ว 125 แต่คันนี้คิดแค่ 90NT เพราะว่าใช้เวลาเดินทางนานกว่า (ต่างกัน 20 นาที) เป็นเคาน์เตอร์ที่ 3 (เคาน์เตอร์แรก 125NT เดินทางสุดสาย Taipei Main ใช้เวลา 50 นาที ไม่หลงแน่นอน แต่ เคาน์เตอร์ที่ 3 ใช้เวลาเดินทาง 70 - 90 นาทีถึง Taipei Main ทว่าไม่ได้จอดสุดสาย รถยังขับต่อไปเป็นวงกลม กลับมาเถาหยวน เอาละสิฉัน ทำอะไรละเนี่ย)

นั่งรถเมล์เสร็จ ก็นอนหลับทันใด แต่ก่อนหลับก็โทรไปรายงานตัวว่ามาถึงแล้ว ตอนนี้อยู่บนรถบัส ก่อนจะหลับไปพร้อมเสียงแฮปปี้เนส เพราะฟังวอร์คแมน หลับไปได้สี่สิบนาทีตื่นมา เจอ Taipei Stadium ทำให้ตื่นเลย เพราะงงว่าหลงมั้ยเนี่ย ก็เลยตกใจเล็กๆ แต่มันยังไม่ถึงเจ็ดสิบนาทีตามที่เวปสนามบินบอกไว้ เราก็หลับๆ ตื่นๆ ไปอีกตลอดสิบห้านาที พอครบเจ็ดสิบนาที รถก็มาถึง Taipei Railway Station สถานีรถไฟธรรมดาชั้นบนของ Taipei Main Station ก็หน้าตาตื่นลงจากรถ โดยมีคนไต้หวันหยิบร่มที่วางอยู่บนเก้าอี้เรามาให้ แต่ไม่ใช่ร่มเดี๊ยน ร่มใครไม่รู้มาวางอยู่ตรงนี้ แต่ก็เอาเหอะเค้าวิ่งเอามาให้ถึงข้างล่างเลยรับไว้

พอหาทางลงไป Taipei Main ได้ ซึ่งก็คือลงลิฟท์ อเมซิ่งไต้หวันมากมาย ทำไมคนที่นี่ช่างเวลาเยอะ มายืนแย่งลิฟท์ที่เปิดปิดประตูช้าได้มากมาย เดินบันไดเร็วกว่าเยอะก็ยังลงลิฟท์ ไ่ม่เข้าใจ

ลงมาชั้นล่าง เจอเคาน์เตอร์ Easy Card ก็เพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่า เครื่องจักรอาจผิดพลาดได้น้อยกว่าคน แต่ผิดขึ้นมาคุยกับมันไม่รู้เรื่องหรอก เราจึงเดินไปหาเคาน์เตอร์ที่เป็นคนบอกว่าต้องการซื้อ Easy Card เค้าก็รับเงินก่อนจะอธิบายว่า ค่าบัตรมี 400 มัดจำบัตร 100 ไว้เป็นค่ามูลค่าติดลบเดินทาง คืนการ์ดคิดค่าธรรมเนียม 20 เติมเงินเคาน์เตอร์นี้ เครื่องนั้น แล้วก็บลาๆๆๆ ก่อนที่เราจะตอบว่าโอเค ได้เวลาเดินทาง

Photobucket

Let's Go!!!!!!!
  1. 2008/10/18() 10:19:14|
  2. ๋Journey
  3. | trackback:0
  4. | ความคิดเห็น:1

Taipei ตอนที่ 1

ก่อนเดินทาง

สืบเนื่องจากวันศุกร์ทำงานแบบถึงสุดๆ มาก จนออกจากออฟฟิศมากก็สามทุ่มกว่า
ของก็ยังไม่เก็บอะนะ แต่ก็กลับบ้านแบบธรรมดาสุดๆ ถึงบ้านตกสี่ทุ่ม
ตอนเย็นนุ่นโทรมาคุย ว่าถึงไต้หวันแล้วนุ่นมาถึงโรงแรมยังไง
ของนุ่นสบายเพราะมาถึงโรงแรมได้เพราะอาราชิ!!!!

แฟนอาราชิมาโรงแรมนี้เยอะ รถเลยมาส่งให้...

แล้วเดี๊ยนละ ข่าวว่าต้องเดินทางคนเดียว รถที่ไหนจะมาส่ง...

สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรก หลังจากเก็บของ คือลงมาหาแผนที่ไปโรงแรมให้ได้ ไม่งั้นหลง
ก็มานั่งหน้าคอม หาแผ่นที่ หาสายแอร์พอร์ตบัส จนถึงตีหนึ่งกว่าๆ ละ
หลีก็กลับมาบ้าน เห็นเราแล้วคำถามแรกขึ้นมาเลย
Lee : "แจ้ป๋วย จะไปไต้หวันแล้วไม่ใช่หรอ"
Puai : "ใช่"
Lee : "ต้องออกจากบ้านกี่โมง" หันไปหานาฬิกา
Puai : "ตีสี่"
Lee : "แล้วทำไมยังไม่ไปนอน"
Puai : "นั่นสิ"

เมื่อได้แผนที่ ได้ข้อมูลเรื่องรถเมล์ ก็ไปอาบน้ำ หอบกระเป๋ามาวางข้างล่าง หยิบอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนชุด ก็ปิดไฟนอน

ทว่า ไม่ได้นอน!!!!!!!

เกิดวิตกจริตว่านอนแล้วอาจไม่ตื่น เพราะเวลานอนรวมแล้วแค่ 1 ชม.!!!!!! สติสตังค์จึงอยู่ครบ เหมือนแค่เอนตัวหลับตา นอนรอวอร์คแมนคุงที่ชาร์ทไว้เต็ม เพราะพอตีสามก็ลุกขึ้นมานั่งละ เมื่อเห็นไฟแสดงสัญญาณชาร์ทไฟหายไป ก็ลุกออกจากเตียง โดยมีหลีที่ทำรายงานเสร็จขึ้นมานอน แต่พี่สาวออกจากบ้าน

แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ก็ตีสามกว่ามือถือเพิ่งดังปลุก ก็ลงมาหยิบกระเป๋า เปิดคอมเพราะลืมจดที่อยู่โรงแรมเช่นเคย แต่เข้าเวปโรงแรมคราวนี้ แผนที่ชัดกว่ารอบอื่น โอ้ว ได้แผนที่ๆ ไม่หลงแน่นอนแล้ว ก็หอบกระเป๋าไปหน้าบ้าน โทรเรียกแท๊กซี่ เพราะเด็กแว้นหน้าบ้าน เพิ่งเริ่มวิกแข่งรถหน้าบ้าน เลยโทรตามแท๊กซี่ละกัน ศูนย์ 1681 จากที่ไม่ประทับใจ 1661 แล้วก็รอแท๊กซี่อีกครึ่งชั่วโมง ตอนนี้ตีสี่แล้ว ต้องไปเช็คอินให้ทันตีห้า

แท๊กซี่มารอหน้าบ้านเลย ตอนที่กำลังปิดประตู เค้าก็มายกกระเป๋าให้เลย คุยด้วยดีมากอีกต่างหาก เ้ค้าบอกเดี๋ยวเค้าอธิบายทางไปบ้านกับศูนย์ให้ใหม่นะ งวดหน้าจะเดินทางอีกจะได้หาไม่ยาก (ประทับใจเพิ่มขึ้น จริงๆ ประทับใจแท๊กซี่สีฟ้าของศูนย์นี้อยุ่แล้วนะ พอโทรนัดแล้วได้แบบนี้อีก ยิ่งประทับใจ)

มาถึงสุวรรณภูมิตีสี่นิดๆ เดินหาจุดเช็คอิน ตอนนั้นหอบหิ้วของมาสามชิ้น เป้ใบยักษ์ กระเป๋าล้อลาก กับกระเป๋าสะพายใส่กรอบรูป พนักงานถามว่าจะหิ้วทั้งหมดขึ้นเครื่องมั้ย (หา อะไรกันนี่) โหลดกระเป๋าเสื้อผ้า เพราะว่าใส่ของเหลวไว้เต็มอัตราศึก ทั้งครีม ยา น้ำหอม คงผ่านตม. หรอก

แล้วก็นะ จุดแลกเงินทั้งสุวรรณภูมิ ไม่มีเงินไต้หวันให้แลกแล้ว บอกเมื่อวานมีคนแลกไปหมดละ (ก็พอรู้นะว่าเพราะอะไร) ก็เลยคิดว่า เงินที่เตรียมไว้ เผื่อค่าแท๊กซี่วันกลับไทยละกัน

เช่นเดิม โดนตรวจกระเป๋าละเอียดอีกแล้ว แต่ดีที่เอากล้องส่องทางไกลไว้ในกระเป๋าใหญ่ แต่ขาตั้งกล้องเรียกกับร่ม โดนตรวจสองรอบ เอาเข้าไป ประเทศชาิติ

ต้องไปถึงหน้าเกทก่อนตีห้าครึ่ง ข้าพเจ้าไปถึงตีห้ายี่สิบห้า เข้าห้องน้ำ แล้วก็กดโทรศัพท์หาส้ม นั่งคุยกัน เพราะคิดว่าส้มคงเป็นคนที่ตื่นแล้ว ซึ่งก็จริง เพราะส้มขึ้นแท๊กซี่แล้ว เพื่อมาเช็คอินไฟลท์แปดโมงเช้า

คุยกันจนเค้าประกาศลาสคอลขึ้นเครื่อง ก็บอกลากัน เจอกัน ณ ไต้หวันละนะ
  1. 2008/10/18() 08:53:12|
  2. Category: None
  3. | trackback:0
  4. | ความคิดเห็น:1

เหลืออีก 6 วัน

อีก 6 วันจะไปไต้หวัน

ตอนนี้แลกเงินแล้วงับ

เรทที่แลก 1.075 ขึ้นจากวันธรรมดาที่ 1.06 แต่เสาร์ที่แล้ว 1.08

จะต้องซื้อของหน้าคอนอะไรมั่งละเนี่ย

เอากระบอกโปสเตอร์ไป ใครจะฝากหิ้วโปสเตอร์กลับแจ้งด่วน
  1. 2008/10/04() 16:33:00|
  2. Category: None
  3. | trackback:0
  4. | ความคิดเห็น:2

เครียด....

เป็นหนักๆ ช่วงนี้ เพราะเรื่องงาน

แล้วก็หนักๆ สมอง

เหงื่อออกก็หายนะ

แต่บางครั้งวิธีที่คิดว่าจะทำให้มันหาย มันก็ดันไม่หายไป

ไม่เข้าใจจริงๆ

อ่านเพิ่ม
  1. 2008/10/03() 10:12:14|
  2. Category: None
  3. | trackback:0
  4. | ความคิดเห็น:1

Doremon

แลกมาจาก 7-11

เหตุผลที่แลก เพราะมันดูหน้าตาเหมือนไอบะ

Photobucket
ตัวนี้ตอนไปเลี้ยงเด็กที่ฮิโรชิม่า

Photobucket
อันนี้ตอนไปว่ายน้ำกับปลาโลมา ใน 24hr.

Photobucket
ส่วนตัวนี้.....
เป็นผู้ชายที่ดูเหมาะจะเล่นวินด์เซิร์ฟน้า

ปล. เหตุผลที่คิดว่าคนๆ นั้นเค้าชอบโดเรมอน คงเพราะหน้าเหมือนกัน
  1. 2008/10/01() 08:15:55|
  2. Category: None
  3. | trackback:0
  4. | ความคิดเห็น:2