เข้าบล็อกเนเวอร์ เจอบล็อก ninomimania
เห็นรูปนี้ แล้วมันขำ

นิโนะดันแขนจุนเล่น
ไอบะเกี่ยวแขนนิโนะด้วยนิ้วกลับมา ประมาณห้ามเล่นๆ มาเล่นฉ้นนี่
โชสะกิดไอบะ นี่บนเวทีเก็บอารมณ์นิด
โอจังไปดึงแขนโช ไม่ต้องไปยุ่งกับเค้า กลับมาเถอะ
ขำๆ นะขำๆ
- 2008/12/30() 21:04:07|
- ARASHI
-
| trackback:0
-
| ความคิดเห็น:1
วันที่ 13 ตุลาคม ตอนที่ 1 ภาคกลางวัน
ตามล่าหาที่สุดแห่งเสี่ยวหลงเปาาาาาาาาาาาา
วันนี้พวกเราตื่นมาอย่างไม่มีวิญญาณ
เนื่องจากสมาคมผู้ใหญ่นั่งเมาท์แตกกันเพลินจนส่งจินกลับกันซะงั้น เหอๆๆ
จึงทำให้ตื่นมาก็สายแล้วววววววววว
แพลนจากเย่หลิว จึงกลายเป็นตามหา Din Tai Fung และไปตันสุ่ยกับชี่หลินตอนกลางคืน
วันนี้เริ่มตอนเช้ากับอาหารเช้าในร้านเดิม (ไม่ได้ถ่ายรูปอีกแล้ว)
กินเป็นเซ็ทเช่นเคยเพราะขี้เกียจคิด เป็นเซ็ทเฟรนโทสเช่นเคย พร้อมกาแฟ
แล้วหลังจากอิ่มอาหารเช้ากันแล้ว พวกเราก็จะจรลีไปตามหาเสี่ยวหลงเปา
ชาวคณะจะไปกินกัน ณ ภัตตาคาร Din Tai Fung ร้านที่ได้การขนานนามว่าเสี่ยวหลงเปา อร่อยที่สุดในโลก (Wooooooooooooo)
เนื่องจากมันเป็นภัตตาคารชื่อดัง เราจึงส่งบุ๊คคุไปถามกับนายสถานีว่า ต้องไปลงสถานีไหน
นายสถานีแนะนำให้ไปลงที่สถานี Zhongxiao Fuxing
แต่เมื่อไปถึงสถานี Zhongxiao Fuxing นายสถานีที่โน้นบอกให้นั่งย้อนกลับไป Zhongxiao Xinsheng
อะไรกันเนี่ยยยยยยยยย
สุดท้ายก็เลยออกจากสถานีกันที่ Zhongxiao Xinsheng แล้วมหกรรมเดินคลำหาทางก็เริ่มขึ้น
บุ๊คคุเลยได้ใช้ภาษาจีนที่น้องเรียนมาหลายปี จนได้คำตอบมาว่าให้นั่นแท๊กซี่ไป เพราะมันจะเดินไกล
แต่สุดท้ายก็ตะกายกันไปถึงร้านได้ หลังจากเดินมานานนนนนนนนนนนนนนนนนน

ทว่ามาถึงก็ไม่ได้กินเลย เพราะคิวยาวเหยียด เลยไปซื้อขนมกินกันที่ Sun Marry

แอบติดหัวมิงค์เล็กน้อย (ฮา)
ทาร์ตไข่อร่อยสุดยอด ว่าแต่เป็นทาร์ตไข่ขาวหรือไข่แดง ก็ไม่ทราบได้ เพราะมันมีสองถาด แต่เลือกมาอันเดียว แล้วกินนี่ก็รสเข้มข้น หอม แป้งร่วน และที่สำคัญอร่อยกว่าร้าน kanom อีก
แต่ถึงกินขนมกันไป พวกเราก็สั่งเสี่ยวหลงเปาเริ่มต้นกันแล้ว สองเข่ง กับ เกี้ยวกุ้งอีกเข่ง
พอได้โต๊ะ พวกเราได้นั่งกันชั้นสาม

นั่งเสร็จเรียบร้อย เค้าจะเอาที่วางกระเป๋ามาให้ พอวางเสร็จก็จะมีผ้าปิด ทำให้กระเป๋าไม่เกะกะ และยังป้องกันคนจะมาหยิบของ กันเลอะตอนพนักงานมาเสิร์ฟได้ดีโคตรๆ
และอาหารจานแรกก็มาลง

เสี่ยวหลงเปาที่อร่อยที่สุดในโลก
รสชาดน่าประทับใจ แม้จะร้อน แต่กันทีน้ำซุปจะเต็มปากถึงร้อน แต่รสชาดเข้มข้นก็ไม่หายไป
เทคนิคการเสิร์ฟช่วยรักษาความร้อนให้กับเสี่ยวหลงเปาด้วย ทำให้กินได้เรื่อยๆ จนเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ชายหน้าตาดีถึงกินกันได้ 5 คน 600 ลูก

เกี๊ยวกุ้ง ที่กัดที่น้ำซุปท่วมอีกเหมือนกัน อร่อยยยยยยย

อะไรสักอย่างทอด อร่อย แต่ตอนนี้จำไม่ได้ รู้แต่อร่อยมาก

บะหมี่ทรงเครื่องมั่ง แต่อร่อยมาก
แถมยังสังเสี่ยวหลงไปอีกสามเข่งกับ น้ำซุปแบบจีน

เหมือนในดีวีดีอราวน์เอเชีย อร่อยมากๆ เลย ปลาบปลิ้ม
รสชาดดอาหารให้่้ห้าดาว
เพียงแต่ร้านมีสามสาขา เอาจริงๆ แล้วคนเีคยไปสาขาไหนจะแนะนำสาขานั้น
จากนามบัตรร้าน สาขานี้เรียกว่าสาขาถนน Xinyi
ส่วนที่นายสถานีแนะนำ คือสาขา SOGO แล้วก็ไม่บอก...
อยากกินอีกจริงๆ นะเนี่ย
- 2008/12/13() 10:54:44|
- ๋Journey
-
| trackback:0
-
| ความคิดเห็น:2
Review ร้านอาหารเคคาโร่ ณ จิบะ
ประเภทร้าน : อาหารจีน
Location : จังหวัดจิบะ ประเทศญี่ปุ่น
website ร้าน
http://www.keikarou.com/รีวิวร้านอาหารแรก
แต่ไปกินกันเสียไกล
ทำไมต้องไป ตอนท้ายจะบอก
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นหลังจากออกจากชิบุยะ
ไปด้วย JR Rail Pass ได้
นั่งสาย Sobu ปลายทาง Chiba ลงสถานี Makuharihongo
(แผ่นที่ร้านจากในเวป)


ออกจากสถานีเลี้ยวขวา (มั้ง จำไม่ค่อยไ้ด้) รู้แต่ออกมาแล้วข้ามสะพาน เราะจะเจอวิวประมาณนี้

อันนี้จากบล็อกคนอื่น Credit :
http://faithez.livejournal.com/4468.htmlthank you for pix
เพราะไปถึงตอนดึกแล้ว ฝนก็ตก แต่แบบใช่เลยวิวนี้
ส่วนนี้คือเมื่อเราไปถึง หน้าร้าน

หน้าร้านที่จอดรถประมาณ 4 คัน วันนั้นฝนตกคนไปรอกินให้เพียบ (แต่รูปนี้ถ่ายตอนกินเสร็จฝนหยุดแล้ว คนไปกันหมดเย้)
อย่างแรก ผู้จัดการร้านหน้าตาดีมาก ขนาดว่ามีลูกชายมาแล้วสองคน จนตอนนี้ลูกชายโตเป็นหนุ่มยังสาวสะพรั่ง
บรรยากาศร้าน

ไปนั่งโต๊ะ จะมีอุปกรณ์การกินให้ ดังนี้

ชามกองโตเอาไว้เปลี่ยน (เพื่อ)

จานแรก เกี๊ยวซ่า อาหารแนะนำจากป้อม บุ๊ค

รสชาดเผ็ดแบบคนญี่ปุ่น แต่ใส่ละลายเมื่อเข้าปาก ><
จานสองหน่อไม้ฝรั่งผัดหมู

ทานกับข้าวเปล่า ถ้าสั่งจะให้ซุปมาด้วย

รสชาดกินแล้วคิดถึงแม่ คิดถึงบ้านทันที คือมันแนวอาหารจีนที่แม่ผัด (ฮา)
จานสาม ไข่เจียวปู (ฟูหลง)

อร่อยแบบไข่เจียวไฮโซใส่ปู กินกับข้าวยิ่งคิดถึงบ้าน
จานสี่ อันนี้อยากกิน มาโบโตฟู หรือ เต้าหู้ทรงเครื่อง เผ็ดแบบเสฉวน

สำหรับคนชอบเต้าหู้อย่างเรานี่เลิฟๆ ให้ 100 เต็ม อร่อยสุดๆ เครื่องผัดเข้าเนื้อ แต่มันก็ไม่เผ็ดสำหรับดิฉัน
จานห้า ป้อมอยากกิน โกยซีหมี่

อร่อย เส้นกับน้ำราดมันเกาะเข้าเนื้อกันมากมาย
จานหก ปอเปี๊ยะแท่ง

คนรับออเดอร์เพราะสั่งเพิ่มไปถามว่า จะห่อมั้ย เราบอกกินเลยเค้าทำหน้าตกใจ
อร่อยกับรสกุ้งมาก แต่ว่านะ
จานเจ็ด เกี้ยวซ่าทอด

เราลืมกันไปว่าเราสั่ง แล้วจะสั่งของทอดมาเหมือนกันทำไมเยอะแยะนี่
และจานแปดของคาวสุดท้าย กุ้งผัดเผ็ด

อร่อยมาก เข้าเนื้อ เข้มข้น กุ้งเพียบ อร่อยคะคุณพ่อ เชฟใหญ่ประจำร้าน
สุดท้าย ของแถม เสิร์ฟโดยผจก. สุดสวยของร้าน
น้ำชาร้อน กับ ไอศครีมวนิลา โรยเต่าปังบด (เต่าปัง คือถั่วอัดแท่งแล้วบดเป็นผงหวานหอมรสถั่ว)

หอมแล้วเข้ากันมาก กลับมายังไม่ได้ลองเลย ว่าไอศครีมจะเข้ากับถั่วตัดมั้ย
ร้านนี้ประทับใจ ให้ 100 เต็มทั้งหมด กินแล้วคิดถึงบ้านมาก รสชาดเช่นเดียวกับอาหารเหลาเมืองไทย
เบ็ดเสร็จหมดกันกันไปคนละ 2800 เยน กินเสร็จป๋วย ป้อม มิงค์ หลับกันบนรถไฟเลยทีเดียว
อ่านเพิ่ม
- 2008/12/08() 05:02:10|
- ๋Journey
-
| trackback:0
-
| ความคิดเห็น:3
เนื่องด้วยว่าง หัวไม่แล่น เลยนั่งอัฟบล็อก
เมื่อวันที่ 29 พย. ไปสนามหลวงมายามดึก
ไปดูพระเมรุมาศ
แต่ไปช้านิทรรศการปิดพอดีเป๊ะ เซ็งเลย (เซ็งเจ้าหน้าที่ มันปิดไฟไล่คน แล้วเชิญญาติพี่น้อง แฟนมันทั้งหลาย ไปถ่ายรูปกันเอง ทำตัวอภิสิทธิ์ชน มีอยู่ในทุกสถานที่จริงๆ)
ถ่ายรูปแต่ข้างนอก ไม่เข้าไปข้างใน แต่ดูแล้วถ้าเข้าไปข้างในกับคนเรือนร้อย ก็ไม่ไหวไม่นิยมเบียดเสียด
ฝีมือเรากับ Panasonic TZ3 ที่ไม่มีขาตั้งกล้อง
รูปแรก โหมดถ่ายกลางคืน วิวธรรมชาติ

สีออกส้ม ไฟเหลืองเป็นไฟส้มเลย ดูไม่ใช่สีจริง
รูปสอง โหมดถ่ายกลางคืน วิวในเมือง


แสงขาวมาจากไหน สีอ่อนกว่าสีจริงซะงั้น
โหมดแสงน้อย ปิดชัตเตอร์ช้า

อันนี้สีจริง แต่ขยับทีภาพเบลอเกิน คิดถึงไทรพอดคุงที่บ้านอย่างแรง
จบการถ่ายรูปไอ้ป้อก็พูดจาน่ารัก
อยากกินนม เลยไปมนต์นมกัน
ระหว่างนั้นป้อเริ่มอึ้ง มันไกล มันขี้เกียจเดิน เลยบอกแจ้ป๋วย พาไปตรอกข้าวสารเถอะ

สนามบินปิดแต่คนก็เยอะอยู่ดี ทั้งไทยทั้งฝรั่ง มันไม่ซบเซา แต่ฝรั่งนิยมซื้อเบียร์ถือเดินกิน ซื้อผัดไทยมั่ง กับแกล้มมั่งข้างทางมากกว่า ญี่ปุ่นเกาหลีก็เยอะ ตอนนี้ค่าเงินมันถูกสำหรับเค้า ช็อปเสื้อผ้ากันมากเลยสาวๆ ญี่ปุ่นเกาหลี
แล้วพอเดินจนสุดข้าวสาร ออกมาเจอแยกคอกวัว ป้อผู้น่ารักก็บอกว่า "เราไปมนต์นมสดกันเถอะ ไหนๆ ก็มาตั้งครึ่งทางก็จะถึง" เอากับมันสิ
ก่อนข้ามถนนจากหน้าแมคสตรีวิทยา

เกาะกลางถนน หันกลับไปด้านศึกษาภัณฑ์

หน้าร้านหนังสือ ก่อนเดินเข้าถนนดินสอ

เบี่ยงมุมกล้องเล็กน้อย กับถนนยามไร้รถ

ไปถึงมนต์นมสดตอน 5 ทุ่ม ไม่ขายขนมปังแล้ว มีแต่เครื่องดื่มพร้อมทาน แบบซื้อกลับกับไอติม เลยซื้อนมเย็นมาสองแก้ว กับ นมหวานขวดใหญ่หนึ่ง (ของกลางหมดก่อนจะรู้ตัวว่าต้องถ่ายรูป)
อ่านเพิ่ม
- 2008/12/07() 01:13:40|
- ๋Journey
-
| trackback:0
-
| ความคิดเห็น:3